ณัชชาภัทร อมรกุล
ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย
20 มิถุนายน 2568

เทคโนโลยีใหม่ในสนามประชาธิปไตย
บทความของ Laura Giesen ซึ่งเผยแพร่บนเว็บไซต์ Democracy Technologies เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2024 ได้นำเสนอภาพรวมของการใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในเครื่องมือการมีส่วนร่วมทางการเมืองไว้อย่างน่าสนใจ โดยตั้งคำถามสำคัญว่า AI ถูกใช้งานจริงในระดับไหน และเทคโนโลยีนี้สามารถนำพาประชาธิปไตยไปในทิศทางใด
Giesen พบว่า แม้การเปิดตัวของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) เช่น ChatGPT จะจุดกระแสให้ AI กลายเป็นประเด็นร้อน แต่ในเชิงการใช้งานจริงกับเครื่องมือประชาธิปไตย กลับมีเพียงบางฟีเจอร์เท่านั้นที่ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ที่น่าจับตามองยิ่งกว่าคือจำนวนโครงการใหม่ ๆ ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาและทดลองทั่วโลก

ประโยชน์ของ AI ต่อกระบวนการมีส่วนร่วม
1. ตรวจจับข้อความที่เป็นพิษ (Toxicity Screening)
แพลตฟอร์มอย่าง Your Priorities และ Make.org ใช้ AI ในการคัดกรองคำพูดที่อาจสร้างความเกลียดชัง เพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่การมีส่วนร่วม
2. วิเคราะห์และจัดหมวดหมู่ความคิดเห็น (Input Analysis)
AI ช่วยจัดระเบียบความคิดเห็นจากประชาชน โดยแยกหมวดหมู่ตามหัวข้อ และกลุ่มความคิดใกล้เคียงกัน ลดภาระของผู้ดูแล และทำให้มองเห็นภาพรวมของสังคมได้ชัดขึ้น
3. การแปลภาษาอัตโนมัติ (AI Translation)
การมีส่วนร่วมในบริบทพหุภาษาเกิดขึ้นได้จริง ด้วยการใช้บริการแปลอัตโนมัติเช่น DeepL หรือระบบแปลของ EU
4. การช่วยออกแบบกระบวนการและข้อเสนอ (Process Design & Assistance)
บางแพลตฟอร์มพัฒนา AI ที่ช่วยจัดโครงสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม หรือช่วยประชาชนเขียนข้อเสนอให้ชัดเจนและน่าเข้าใจยิ่งขึ้น

ข้อจำกัดและความเสี่ยงที่ยังต้องเฝ้าระวัง
1. ความไม่แม่นยำและไม่สม่ำเสมอของ LLMs
แม้จะสามารถสร้างข้อความได้ลื่นไหล แต่ LLMs ยังมีปัญหาเรื่องความแม่นยำของเนื้อหา และมักให้ผลลัพธ์ที่ไม่คงที่ จึงอาจเป็นอุปสรรคสำคัญในบริบทของประชาธิปไตย
2. ความลังเลของแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส
แพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์สหลายแห่งยังไม่พร้อมใช้โมเดล AI เชิงพาณิชย์ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และความสามารถในการควบคุมข้อมูล
3. การขาดข้อมูลฝึกโมเดลที่มีคุณภาพ
การสร้าง AI ที่เข้าใจบริบททางสังคมและการเมืองต้องอาศัยข้อมูลที่มีความละเอียดและหลากหลาย ซึ่งยังหายาก โดยเฉพาะในภาษาอื่นนอกจากอังกฤษ
4. ความไม่ไว้วางใจของประชาชน
องค์กรอย่าง Citizen OS แสดงความกังวลว่า การมอบอำนาจการตัดสินใจให้ AI อาจทำให้ทักษะคิดวิเคราะห์ของประชาชนเสื่อมถอย และในสถานการณ์ที่ยังไม่มีฉันทามติเรื่องจริยธรรมของ AI ความไม่ไว้วางใจก็อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ

บทสรุป: ประชาธิปไตยในยุคของอัลกอริทึม
แม้ AI จะยังไม่สามารถแทนที่มนุษย์ในกระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่สิ่งที่บทความของ Giesen ชี้ให้เห็นก็คือ เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อเทคโนโลยีเริ่มเปิดพื้นที่ใหม่ ๆ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น ทว่าพื้นที่เหล่านี้ก็ยังเต็มไปด้วยคำถามเรื่องความแม่นยำ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ
ในโลกที่ AI เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นทุกวัน ประชาธิปไตยจะไม่สามารถเดินหน้าไปได้ หากเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกใช้อย่างไร้การกำกับดูแลหรือไม่มีการสื่อสารที่ชัดเจนกับสาธารณะ
ดังนั้น ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ว่าเราจะ “มี AI” หรือไม่
แต่คือ เราจะใช้ AI อย่างเข้าใจและรับผิดชอบได้อย่างไร
เอกสารอ้างอิง
Giesen, L. (2024, August 21). AI in digital participation tools – Where do we stand? Democracy Technologies. https://democracy-technologies.org/participation/ai-in-digital-participation-tools/

