ณัชชาภัทร อมรกุล
ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย
23 มิถุนายน 2568

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนได้รับความสนใจอย่างมาก ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับสหภาพยุโรป โดยเฉพาะแนวทางที่เน้น deliberation process หรือกระบวนการไตร่ตรองร่วมกัน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม (participatory democracy)
โครงการ EUComMeet (European Union Communication and Meeting) ซึ่งเริ่มต้นในเดือนมีนาคม 2564 และจัดกิจกรรมสุดท้ายในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ณ กรุงบรัสเซลส์ ถือเป็นหนึ่งในความพยายามขนาดใหญ่ในการทดลองใช้ deliberative platforms เพื่อเชื่อมโยงประชาชนจากหลายประเทศในยุโรปให้เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจทางนโยบายร่วมกัน (Buis, 2024) โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการ Horizon 2020 ของสหภาพยุโรปจำนวนเกือบ 3 ล้านยูโร มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,500 คนจาก 5 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ไอร์แลนด์ และโปแลนด์ หากถือตามจำนวนงบประมาณและจำนวนผู้เข้าร่วม นี่คือโครงการที่มีต้นทุนเฉลี่ยสูงมากต่อหัว และจึงกลายเป็นคำถามเชิงนโยบายที่สำคัญว่า “การลงทุนในกระบวนการมีส่วนร่วมจะคุ้มค่าหรือไม่ หากผลกระทบทางนโยบายยังต่ำ”

สิ่งที่ EUComMeet แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนคือ การมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามหรือความล้ำของแพลตฟอร์ม แต่ขึ้นอยู่กับความสนใจต่อเนื้อหาที่ถูกร่วม deliberation เป็นหลัก การวิจัยพบว่า ความสนใจในหัวข้อสนทนา เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้าร่วมมากที่สุด (24%) มากกว่ารูปแบบหรือช่องทางในการมีส่วนร่วม (Buis, 2024)
แพลตฟอร์มที่ใช้ในการดำเนินงาน เช่น Convivium ซึ่งเป็น open-source deliberative platform ถูกออกแบบมาให้มีระบบการแปลภาษา การจัดกลุ่มสนทนา และเครื่องมือ moderation โดยผสมผสานระหว่างระบบอัตโนมัติและมนุษย์ แต่สิ่งที่โครงการพบคือ แม้ระบบจะทำงานได้ดีในเชิงเทคนิค แต่ มนุษย์ ในฐานะ facilitator ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในการประคับประคองการสนทนา และสร้างบรรยากาศปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่แตกต่าง
นอกจากนี้ แม้ประชาชนจะรู้สึกว่ากระบวนการ deliberation ทำให้เข้าใจประเด็นต่าง ๆ มากขึ้น แต่ก็ยังเกิดความผิดหวังหากนโยบายสุดท้ายไม่สะท้อนข้อเสนอของตน หรือไม่มี feedback ที่ชัดเจนจากฝ่ายนโยบาย ทั้งนี้นักวิจัยหลายคน เช่น Joan Font (อ้างใน Buis, 2024) ชี้ว่า การออกแบบกระบวนการมีส่วนร่วมต้องมีความชัดเจนว่าเราต้องการอะไร: เพื่อความชอบธรรม เพื่อประสิทธิภาพนโยบาย หรือเพื่อสร้างสำนึกประชาธิปไตย เพราะเราไม่สามารถทำทุกอย่างพร้อมกันได้

บทเรียนสำหรับพรรคการเมืองไทย
- เริ่มจากคำถามที่เชื่อมโยงกับชีวิตคน ไม่ใช่เริ่มจากการสร้างเครื่องมือ พรรคควรตั้งโจทย์ที่ประชาชนรู้สึกว่าเกี่ยวข้องกับตนเอง เช่น เรื่องการศึกษา สิ่งแวดล้อม หรือสุขภาพ ไม่ใช่เรื่องนามธรรมไกลตัว
- แพลตฟอร์มควรเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย การใช้เทคโนโลยีควรสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ร่วม ไม่ใช่เป็นเพียงช่องทางแสดงความคิดเห็นที่ไม่มีการฟังหรือรับไปปรับใช้
- มีคนจริง ๆ คอยดูแลกระบวนการ การมี facilitator ที่เข้าใจบริบทและสามารถจัดการความขัดแย้งได้เป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อจัด deliberation แบบออนไลน์
- ให้ feedback อย่างสม่ำเสมอ แม้ข้อเสนอจะไม่สามารถนำไปใช้ได้ทันที แต่การแจ้งความคืบหน้าอย่างโปร่งใส ทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกว่าความคิดเห็นของตนไม่สูญเปล่า
- ระวังผลกระทบเชิงลบจากการมีส่วนร่วม เพราะหากประชาชนเข้าร่วมแล้วรู้สึกว่าถูกเพิกเฉย จะยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นในระบบมากขึ้น
โดยสรุป EUComMeet ชี้ให้เห็นว่า การมีส่วนร่วมที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากเครื่องมือดิจิทัลที่ซับซ้อน แต่เกิดจากการออกแบบกระบวนการที่มีมนุษยธรรม มีแรงจูงใจที่ชัดเจน และมีการสื่อสารที่ต่อเนื่อง พรรคการเมืองใดก็ตามที่ต้องการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องเรียนรู้ว่า “แพลตฟอร์มไม่ใช่พระเอก คำถามที่ใช่ต่างหากที่ดึงคนเข้าสู่การมีส่วนร่วม”
อ้างอิง
Buis, S. (2024, July 2). We Need To Avoid a Civic Drought Between Elections: Key Takeaways From the EUComMeet Project. Democracy Technologies. https://democracy-technologies.org/participation/we-need-to-avoid-a-civic-drought-between-elections/

