Articles

ที่นี่บราซิล! PM2.5 จากการส่งออกภาคเกษตรกรรมในประเทศโลกที่สาม ทำให้ life expectancy ลดลงหรือไม่ ?

ภูริภัทร์ เครือนพรัตน์

รูปจาก (Rípoli, T. C. C. et al., 2000, 678)

          บทความนี้เป็นเสมือนส่วนขยายจากรายการ podcast ที่ผู้เขียนเคยทิ้งประเด็นไว้ในรายการ Democracy X Innovations EP.200 ที่กล่าวว่า ในอีกแง่มุมหนึ่งของปัญหาฝุ่นละอองพิษขนาดเล็กที่เรียกว่า PM2.5 ที่ระบาดอยู่ในประเทศไทย (และในอีกหลายประเทศที่กำลังการผลิตต่ำหรือประเทศโลกที่สาม) นั้น อาจมีส่วนมาจากการผลิตในภาคการเกษตรที่ใช้ต้นทุนต่ำ โดยใช้วิธีเผาซากที่เหลือหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว หรือการเผาหน้าดินเพื่อเตรียมทำการเพาะปลูกใหม่ (Rípoli et al., 2000, p. 677) ทำให้เกิดมลพิษขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อคุณภาพอากาศในบริเวณโดยรอบ และเนื่องจากบริเวณที่มีการปลูกพืชผลทางการเกษตรนั้น มักอยู่ในประเทศที่มีภาคส่วนทางการเกษตร (agricultural sector) ในระดับที่สูง เช่น ประเทศไทย และอีกประเทศที่เราจะยกมาในวันนี้คือประเทศบราซิล เป็นต้น การผลิตผลผลิตทางการเกษตรในประเทศเหล่านี้ มักเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกไปยังประเทศที่มีกำลังการผลิตที่สูงกว่า หรือประเทศที่สามารถผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูง ทำให้ค่าแรงในประเทศเหล่านั้นสูง การผลิตสินค้าและผลผลิตที่ต้องเน้นการใช้กำลังแรงงานสูง (labour intensive) จึงไม่คุ้มค่าที่จะต้องเกิดการผลิตทีมีกำไรต่ำในประเทศเหล่านั้น การผลิตในประเทศที่ค่าแรงต่ำกว่า โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งในแง่หนึ่งถูกจำกัดโดยภูมิประเทศ-ที่เหมาะกับการเพาะปลูกผลผลิตทางการเกษตร จึงมักทำในประเทศที่มีกำลังการผลิตต่ำและค่าแรงถูก เพื่อลดต้นทุนในการผลิต และสามารถมีราคาขายที่แข่งขันกันได้ในประเทศที่มีกำลังการผลิตสูงหรือประเทศโลกที่หนึ่ง ทำให้ประเทศโลกที่หนึ่งเหล่านั้น ไม่จำเป็นต้องปลูกพืชผลเหล่านี้เอง และไม่มีความจำเป็นต้องทำลายซากพืชที่เหลือ ปัญหาฝุ่นพิษที่มีที่มาจากผลผลิตจึงไม่เกิดในประเทศโลกที่หนึ่งดังกล่าว ? และทำให้ความคิดเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน (sustainable development) เป็นและนำไปสู่การปฏิบัติได้ ? ซึ่งหนึ่งในผลผลิตที่น่าสนใจในวันนี้คือ น้ำตาล ที่มีที่มาจากอ้อย (sugarcane) นั้นเอง นำไปสู่คำถามว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นพิษนี้เกิดจากการผลิตทางการเกษตรที่ส่งออกจากประเทศโลกที่สามไปยังโลกที่หนึ่ง ?

หากจะมีสิ่งหนึ่งที่ประเทศไทยได้ติดอันดับต้นของโลกนอกจากฝุ่นพิษ PM2.5 แล้ว ก็คงจะเป็นการส่งออกน้ำตาล เพราะประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลติด 3 อันดับแรกของโลก[1] ซึ่งอันดับแรกคือบราซิล นั่นคือสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันระหว่างประเทศไทยกับบราซิล ผลปรากฏว่า มีงานศึกษาว่าปริมาณของ PM2.5 นั้น ในระยะยาวมีส่วนทำให้ life expectancy หรืออายุคาดเฉลี่ย ซึ่งหมายถึงค่าเฉลี่ยจำนวนปีที่มนุษย์คนหนึ่งจะมีชีวิตได้นั้น น้อยลงในบราซิล (Yu et al., 2022) กล่าวคือ PM2.5 นั้น อาจทำให้อายุเราสั้นลงได้ ถ้าจะพูดว่าการได้รับปริมาณ PM2.5 ในปริมาณมากต่อเนื่องกัน อาจทำให้ตายเร็วขึ้นได้! ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ ที่บราซิลนั้น เป็นผู้ส่งออกน้ำตาลดิบไปยังที่ต่าง ๆ ของโลกมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง และมีจุดหมายของการส่งออกหลักไปยังจีน-โรงงานของโลกที่นำเข้าน้ำตาลและผลิตเครื่องฟอกอากาศมาขายให้ประเทศที่ส่งออก- สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น และยังส่งไปยังประเทศยุโรปต่าง ๆ ในรูปของน้ำตาลทรายขาวอีกด้วย แม้จะไม่มากก็ตาม[2] ซึ่งเป็นที่อนุมานได้ว่าบริเวณที่มีการปลูกอ้อยเพื่อผลิตและเก็บเกี่ยวน้ำตาลมากที่สุด คือ บริเวณตะวันออกฉียงใต้ของบราซิล โดยเฉพาะในรัฐเซาเปาลู (Sugar Cane Production by State Brazil 2023, n.d.) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลมากถึงร้อยละ 90 ของการผลิตน้ำตาลทั้งหมดของบราซิล (Sugarcane Cultivation in Brazil, n.d.) และพื้นที่ดังกล่าว ก็เป็นพื้นที่ที่มีความเข้มขึ้นของ PM2.5 เพิ่มขึ้น และมีอัตราการตายของบราลซิลเพิ่มขึ้น ซึ่งสังเกตได้จากรูป (Yu et al., 2022, p. 3) ยังไม่พูดถึงปริมาณ PM2.5 ในพื้นที่ป่าแอมะซอน ที่อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น ไฟป่าตามธรรมชาติ (Wu et al., 2023; Ye et al., 2022) ฯลฯ

เป็นที่คาดเดาได้ไม่ยากว่า การมีปริมาณ PM2.5 มากขึ้นนั้นทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้สาเหตุการตายมากมายของชาวบราซิลนั้นมาจากโรคเช่น มะเร็ง โรคระบบหัวใจหลอดเลือด หรือโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ ซึ่งประชากรในพื้นที่ดังกล่าวนั้น มีสาเหตุการตายจากโรคเหล่านี้เพิ่มขึ้นในรอบทศวรรษ (Yu et al., 2022, p. 5) ซึ่งสาเหตุหนึ่งจากการปลูกอ้อยเพื่อผลิตน้ำตาลนั้นคือการเผา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ และ PM2.5 (Adegboye, 2022; Khetjoi et al., 2021) ไม่ว่าจะเป็นการเผาก่อนเก็บเกี่ยว หรือการเผาซาก หลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว แม้ว่าจะมีการศึกษาว่าการใช้กฎหมายและมาตรการบรรเทาจะช่วยลดการเกิดเพลิงไหม้ลงได้ (Valente & Laurini, 2021) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเผานั้น เป็นวิธีการที่ง่ายกว่า และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าในการจัดการกับผลผลิตทางการเกษตร และแน่นอนว่าการลดต้นทุนให้น้อยลงนั้น เป็นการถ่างช่องว่างของกำไรหรือมูลค่าส่วนเกินที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตหรือสะสมทุนได้มากยิ่งขึ้น

          มากไปกว่านั้น ในช่วงเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา “อุตสาหกรรมน้ำตาล” ของบราซิลนั้น ขยายตัวเร็วมาก ทำให้เกิดผลกระทบในแง่ของราคาที่ดิน การเปลี่ยนที่ดินที่เคยทำการเกษตรและปศุสัตว์อื่นให้เป็นที่ผลิตน้ำตาล และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการจ้างงาน (Caldarelli & Gilio, 2018) ซึ่งในแง่ของการจ้างงานนั้น เมื่อเกิดการแพร่หลายและยกระดับอุตสาหกรรมเพื่อเป็นการผลิตเพื่อส่งออก ก็จำเป็นต้องมีการจ้างงานมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มมากขึ้นในปี 2015 แต่ก็ยังเป็นแรงงานราคาถูก เนื่องจากเป็นงานที่ใช้ทักษะน้อยและใช้แรงงานหนักดังที่ได้กล่าวไป ซึ่งการจ้างงานราคาถูกนั้นเป็นไปได้ในประเทศที่ค่าครองชีพต่ำ กระนั้นก็ดี ในปี 2020 อุตสาหกรรมน้ำตาลในบราซิลก็ได้ลดจำนวนการจ้างงานลงไปมาก เนื่องจากใช้เครื่องจักรเข้ามาเก็บเกี่ยวแทนที่ ทำให้คนตกงานเป็นจำนวนมาก (Sugarcane Cultivation in Brazil, n.d.) สัดส่วนของงานที่จำเป็นต้องใช้แรงงานมนุษย์ลดลง แต่กำไรของบริษัทกลับสูงขึ้น นี่จึงเป็นอีกปัญหาหนึ่งของประเทศโลกที่สาม ที่แรงงานถูกผลักออกจากการจ้างงานในระบบ ซึ่งนอกจากปัญหาอากาศไม่สะอาดแล้ว ยังเกิดปัญหาการจ้างงานเปราะบางในลักษณะนี้ เนื่องจากแรงงานที่ไร้ฝีมือ สามารถถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรได้

          ดังนั้น กลับมาที่ปัญหามลพิษฝุ่น PM2.5 ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศที่ต้องทำเกษตรกรรมและจำเป็นที่จะต้องประหยัดต้นทุน เพื่อถ่างช่องว่างของมูลค่าส่วนเกินให้สูงขึ้น เนื่องจากต้องทำราคาแข่งขันกับผู้ส่งออกรายอื่น หากราคาดังกล่าวต่ำ ก็กำไรน้อย ขณะเดียวกัน หากราคาส่งออกสูงก็จะแพ้ผู้ส่งออกรายอื่น ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า ใครสามารถกด/ลด/บีบ ต้นทุนให้ต่ำที่สุดได้ ก็จะได้กำไรหรือมูลค่าส่วนเกินที่มากกว่า ด้วยเหตุนี้ การใช้เพียงกฎหมายที่มากำกับการเผา เพียงเพราะว่าเป็นสาเหตุให้เกิดมลพิษและทำให้อัตราการตาย/อัตราการสูญเสียอายุคาดเฉลี่ย จะมีผลบังคับใช้ได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกของประเทศ ด้วยสาเหตุนี้เช่นเดียวกัน ประเทศโลกที่หนึ่ง ที่ใช้ทรัพยากร หรือเช่นน้ำตาลในที่นี้ ก็มักไม่จำเป็นต้องผลิตผลผลิตเหล่านี้ หรือหากผลิต ก็ไม่จำเป็นต้องผลิตในจำนวนที่มาก และใช้ต้นทุนต่ำ จึงอาจทำให้ไม่เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมจนถึงระดับที่วิกฤต ?

          หากกลับมามองที่ประเทศไทย ซึ่งในบทบาทหนึ่ง ก็เป็นเสมือนคู่แข่งในตลาดของการส่งออกน้ำตาลกับบราซิล แม้จะส่งออกในปริมาณที่น้อยกว่า แต่ก็เกิดปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ไม่แพ้กัน และมีระดับของฝุ่นพิษในระดับที่สูงกว่าในหลายช่วงเวลาในปีอีกด้วย จึงเป็นที่น่าสนใจว่า ประเทศไทยของเราเกิดปัญหา PM2.5 ที่เข้มข้น และมีสาเหตุมาจากประเด็นดังกล่าวที่ได้กล่าวไปหรือไม่ ?

          อย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงการศึกษาเบื้องต้นเพียงแค่การศึกษาผ่านเอกสารและเป็นเสมือน “บททดลองเสนอ” ขนาดสั้น เพื่อพยายามชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงบาง ๆ ของการขูดรีดทรัพยากรและการทิ้งของเสียไว้ในประเทศโลกที่สาม โดยผู้นำเข้าเพียงแค่ตัดสินใจดูจากราคาที่ต่ำที่สุด ซึ่งทำให้เหล่าประเทศผู้ส่งออกจำเป็นต้องกดราคาให้ต่ำลงไปอีก ขณะเดียวกัน ในระดับของการผลิตในประเทศ ก็ต้องพยายามกดราคาที่สามารถกดลงได้ นั่นก็คือราคาของแรงงาน และวนเป็นวัฏจักรกลับไปเป็นสาเหตุของปัญหามลพิษทางสิ่งแวดล้อม ปัญหาของประเทศโลกที่สาม จึงเป็นปัญหาที่ถูกพันกันมาเป็นพวง จึงเป็นเรื่องที่ควรค้นหาอย่างจริงจังหรือไม่ ว่าทางออกของสารพัดปัญหาเหล่านี้ จะต้องถูกแก้ไขอย่างไร ?

อ้างอิง

Adegboye, O. (2022). Field Burning Fallout: Quantifying PM2.5 Emissions from Sugarcane Fires. Environmental Health Perspectives, 130(8), 084003. https://doi.org/10.1289/EHP11533

Caldarelli, C. E., & Gilio, L. (2018). Expansion of the sugarcane industry and its effects on land use in São Paulo: Analysis from 2000 through 2015. Land Use Policy, 76, 264–274. https://doi.org/10.1016/j.landusepol.2018.05.008

Khetjoi, S., Thasa, W., Raisa-nguan, S., & Khatjoi, S. K. (2021). ผลกระทบจากการเผาใบอ้อยที่ก่อให้เกิดมลพิษ PM 2.5 ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น. Journal of Buddhist Education and Research, 7(1), Article 1.

Rípoli, T. C. C., Molina Jr., W. F., & Rípoli, M. L. C. (2000). Energy potential of sugar cane biomass in Brazil. Scientia Agricola, 57, 677–681. https://doi.org/10.1590/S0103-90162000000400013

Sugar cane production by state Brazil 2023. (n.d.). Statista. Retrieved March 22, 2024, from https://www.statista.com/statistics/1120114/sugar-cane-production-brazil-state/

Sugarcane Cultivation in Brazil. (n.d.). Geo for CXC. Retrieved March 22, 2024, from https://geoforcxc.com/economic-activities/sugarcane-cultivation-in-brazil/

Valente, F., & Laurini, M. (2021). Pre-harvest sugarcane burning: A statistical analysis of the environmental impacts of a regulatory change in the energy sector. Cleaner Engineering and Technology, 4, 100255. https://doi.org/10.1016/j.clet.2021.100255

Wu, Y., Li, S., Xu, R., Chen, G., Yue, X., Yu, P., Ye, T., Wen, B., de Sousa Zanotti Stagliorio Coêlho, M., Saldiva, P. H. N., & Guo, Y. (2023). Wildfire-related PM2.5 and health economic loss of mortality in Brazil. Environment International, 174, 107906. https://doi.org/10.1016/j.envint.2023.107906

Ye, T., Xu, R., Yue, X., Chen, G., Yu, P., Coêlho, M. S. Z. S., Saldiva, P. H. N., Abramson, M. J., Guo, Y., & Li, S. (2022). Short-term exposure to wildfire-related PM2.5 increases mortality risks and burdens in Brazil. Nature Communications, 13(1), 7651. https://doi.org/10.1038/s41467-022-35326-x

Yu, P., Xu, R., Li, S., Coelho, M. S. Z. S., Saldiva, P. H. N., Sim, M. R., Abramson, M. J., & Guo, Y. (2022). Loss of life expectancy from PM2.5 in Brazil: A national study from 2010 to 2018. Environment International, 166, 107350. https://doi.org/10.1016/j.envint.2022.107350

Democracy X Innovations 200: PM 2.5, Life expectancy และการขูดรีดภาคเกษตรกรรมประเทศโลกที่ 3 https://www.youtube.com/watch?v=0Cb4djNfSZM&list=PLnxbAtW-IZrBQ6imk15yY_SEW4YuJw8Tt&index=10


[1] https://www.statista.com/statistics/273437/exported-amount-of-sugar-in-leading-countries/ และ https://oec.world/en/profile/hs/raw-sugar

[2] https://www.czapp.com/analyst-insights/ask-the-analyst-where-did-brazil-export-sugar-to-in-2023/

Leave a comment