Articles By Election

เลือกตั้งซ่อมกำแพงเพชร ชากังราว

ณพจักร สนธิเณร
22 กุมภาพันธ์ 2563

จากการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดขอนแก่น (เขต 7) เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 62 จนถึงการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดกำแพงเพชร (เขต 2) เนื่องจาก พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส. จังหวัดกำแพงเพชร เขต 2 ได้พ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส.เพราะต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก คดีถึงที่สุดแล้ว 2 คดี คดีแรกกรณีขัดขวางการประชุมอาเซียน ศาลฎีกาจำคุก 4 ปี ปรับ200บาท และถึงที่สุดแล้ว ศาลออกหมายจับแล้ว คดีที่ 2 คดีบุกรุกที่ดิน ป่าสงวน ป่าไม้ จำคุก 50 ปี 

หลังจากที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 2 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2563 และ ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวันเลือกตั้ง และวันรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 2 แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 และรับสมัครเลือกตั้งระหว่างวันที่ 29 มกราคม ถึง   2 กุมภาพันธ์ 2563 ประชาชนก็ได้เห็นขุนศึก (ผู้สมัคร) ที่พรรคแกนนำฝ่ายรัฐบาลและพรรคแกนนำฝ่ายค้าน อย่างพลังประชารัฐ (พปชร) และเพื่อไทย (พท) ที่ได้ต่อสู่กันมาทุกสนามรบการเลือกตั้ง ได้ส่งมาสู้ศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าศึกชิงบัลลังก์จังหวัดกำแพงเพชรนี้ คือการต่อสู้ที่เข้มข้นของตระกูล (house)  ภายใต้ทีมการเมืองท้องถิ่นที่ทรงอิทธิพล อย่าง ชากังราวที่แบ่งออกเป็น 2 สาย คือสายที่นำโดยนายเรืองวิทย์ ลิกค์ และสายที่นำโดยนายวราเทพ รัตนากร

ผู้สมัคร หมายเลข 1 พรรคพลังประชารัฐ นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ผู้ลูกชายของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ (ที่เพิ่งพ้นจากสมาชิกสภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) ในช่วงปี 2539  พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ได้รับการชักชวนเข้าสู่สนามการเมืองของกำแพงเพชรโดยนายเรืองวิทย์ ลิกค์ นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลและมากบารมีของจังหวัดในเวลานั้น พ.ต.ท. ไวพจน์ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ในการเลือกตั้งในปี 2539 (สังกัดพรรคความหวังใหม่) 2544 และ 2548 (สังกัดพรรคไทยรักไทย) ส่วนการเลือกตั้งปี 2550 (สังกัดพรรคพลังประชาชน) นั้นไม่ได้รับเลือกตั้ง จนกระทั่งถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชนในปี 2551  เนื่องจากนายไวพจน์เป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนจำนวน 37 คน  จนกระทั่งได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. และกลับเข้าสู่สภาอีกครั้งในปี 2562 สังกัดพรรคพลังประชารัฐ 

ผู้สมัคร หมายเลข 3 พรรคเพื่อไทย นายกัมพล ปัญกุล ผู้เป็นอดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ ในสมัยที่นายจุลพันธ์ ทับทิม ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร เช่นเดียวกันนายจุลพันธ์ ทับทิม และนายกัมพล ปัญกุล ก็มีความใกล้ชิดกับตระกูลที่ทรงอิทธิพลอย่าง ลิกค์ ในคราวที่ลงสนามการเมืองท้องถิ่น ซึ่งความสัมพันธ์ของนักการเมืองท้องถิ่นนี้กับตระกูลลิกค์ ก็ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทางตรงเป็นครั้งแรกภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2540 สมัยของ นายเรืองวิทย์ ลิกค์ จนกระทั่งถึงรุ่นของ นายไผ่ ลิกค์ (ลูกชายของนายเรืองวิทย์ ลิกค์ และ ส.ส. กำแพงเพชร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐในปัจจุบัน) 

จากความเป็นมาของประวัติและเครือญาติ/เครือข่ายการเมืองท้องถิ่น ของ ทีมชากังราว การต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งส.ส. จากการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ จึงเป็นภาพของการวัดกำลังกันของแต่ละบ้านในทีมชากังราว ซึ่งนอกจากจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของผู้สมัครพรรคเพื่อไทยซึ่งมีความใกล้ชิดกับตระกูลลิกค์แล้ว สุดท้ายก็คงจะเลี่ยงไม่พูดถึงตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดของกำแพงเพชรในปัจจุบัน คือ รัตนากร ที่นำโดย นายวราเทพ รัตนากร ไปไม่ได้ ซึ่งเมื่อการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนมีนาคม 2562 นายวราเทพ รัตนากร ได้นำกลุ่มการเมืองท้องถิ่นจังหวัดกำแพงเพชรไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ และครั้งนี้ ยังได้มาอยู่หน้าฉากช่วยหาเสียงให้กับ นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ หมายเลข 1 จากพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย ส.ส. คนสำคัญของกำแพงเพชรอย่างนายอนันต์ ผลอำนวย (ส.ส. กำแพงเพชร เขต 3) นายปริญญา ฤกษ์หร่าย (ส.ส. กำแพงเพชร เขต 4) และนายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ (ส.ส. บัญชีรายชื่อ) อีกด้วย 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: